กระจกราวบันได ควรใช้ชนิดไหน? ความหนาเท่าไรถึงจะดี?

เจ้าของบ้านหลายท่าน เมื่อตัดสินใจจะเลือกใช้ราวบันไดกระจก มักเกิดคำถามสำคัญว่า ควรเลือกใช้กระจกชนิดไหนดี และความหนาต้องเท่าไร ถึงจะได้มาตรฐานความปลอดภัย คุ้มค่ากับเม็ดเงิน ที่จะต้องจ่ายไป ...

โดยทั่วไป เรามักจะคุ้นเคยหรือได้ยินชื่อบ่อยๆ ที่มีคนพูดถึงกระจก3ประเภท ซึ่งได้แก่

  • กระจกธรรมดา
  • กระจกเทมเปอร์
  • กระจกลามิเนท 

 

กระจกธรรมดา

กระจกธรรมดาที่เราพบเห็นบ่อย เช่น กระจกเงา กระจกกรอบรูป กระจกประดับชั้นวางโชว์ของ หรือกระจกหน้าต่าง เป็นต้น ที่พบเห็นบ่อยจะมีความหนาตั้งแต่ 3 มม.จนถึง 6 มม. กระจกชนิดนี้ไม่ควรใช้กับราวบันไดและราวกันตก หรือจุดที่จะถูกกระทบกระเทือนง่ายครับ เนื่องจากมีความเปราะบางมาก แตกง่าย เวลาแตกมักจะเป็นปากฉลามคม

 

กระจกเทมเปอร์

คือกระจกธรรมดาที่ถูกนำไปอบที่อุณหภูมสูงมาก ระยะเวลายาวนาน หลายคนเลยเรียกว่า "กระจกอบ" ซึ่งถือเป็นกระจกนิรภัยชนิดหนึ่ง กระจกชนิดนี้มีความแข็งกว่ากระจกธรรมดามาก คุณสมบัติเด่นคือ เวลาแตกจะร่วงเป็นเศษแก้วลักษณะคล้ายเม็ดข้าวโพด ไม่เป็นรูปปากฉลาม จึงช่วยลดอันตรายลงได้มาก เนื้อกระจกเทมเปอร์จะเรียบเนียนและโปร่งใส ถึงแม้ราคาจะสูงกว่ากระจกธรรมดา แต่ก็ยังต่ำกว่ากระจกชนิดเทมเปอร์ลามิเนท จึงเหมาะใช้เป็นส่วนประกอบในราวบันไดและราวระเบียง ที่มีโครงราวเป็นเหล็กหรือสแตนเลสอยู่แล้ว ซึ่งกระจกจะไม่ได้รับแรงโดยตรง ทำให้มีความปลอดภัยสูงกว่า

อย่างไรก็ตาม กระจกเทมเปอร์ ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าแตกยาก แต่ก็ยังพบว่ามีแตกได้ครับ เมื่อถูกแรงกระแทกโดยตรงด้วยแรงระดับหนึง และที่สำคัญยังพบว่าสามารถเกิดระเบิดแตกเองเฉยๆก็มีให้เห็นครับ ถึงแม้จะไม่บ่อย ดังนั้นอาจต้องพิจารณาความเสี่ยง ถ้าจะใช้กับราวบันไดที่ไม่มีโครงเหล็ก หรือใช้กระจกยึดกับข้างบันไดโดยตรง เพราะกระจกจะรับแรงดึงกระชากบ่อยๆ หรือถ้าใช้กระจกชนิดนี้ฝังลงพื้นโดยตรง อาจต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะต้องรื้อถอนกันใหม่ หากบังเอิญมีกระจกแตกครับ 

กระจกเทมเปอร์ในท้องตลาดปัจจุบัน จะมีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 5มม. 8มม. 10มม. 12มม. 15มม. จนถึง20มม. แต่ที่นิยมใช้กันมากจะเป็น 10-12มม.ครับ ราคามักจะสูงขึ้นตามความหนาและต้นทุนการตลาด แม้ความหนาต่างกันเล็กน้อย แต่ราคาอาจจะต่างกันมากครับ แล้วถ้าเราใช้กระจกหนาขึ้นจะปลอดภัยขึ้นไหม น่าจะเพิ่มความแข็งของเนื้อกระจกได้ครับ แต่ก็ยังพบว่าแตกได้อยู่ดี และสิ่งที่ตามมาอีกอย่างก็คือ น้ำหนักของกระจกจะหนักขึ้นมาก ถึงแม้จะต่างกันแค่ไม่กี่มิล ดังนั้นควรเลือกใช้ความหนาตามคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์ครับ เพราะอุปกรณ์ราวบันไดของผู้ผลิตแต่ละราย ดีไซน์รูปแบบการยึดกระจกจะต่างกัน บางดีไซน์ไม่ต้องการกระจกหนามาก บางรูปแบบควรใช้ความหนาเท่านั้น หรือบางแบบอาจต้องการใช้กระจกนิรภัยลามิเนท

 

กระจกลามิเนท

เป็นกระจกแปรรูปจากกระจกธรรมดาหรือกระจกเทมเปอร์2แผ่น นำมาประกบกันด้วยฟิล์มพิเศษตรงกลาง เพื่อให้ได้คุณสมบัติพิเศษคือ เมื่อเกิดการแตกร้าว เนื้อฟิล์มจะช่วยยึดเศษกระจกไว้ ไม่ให้ร่วงหล่นลงพื้น ช่วยป้องกันอันตรายให้เราได้ ทำให้กระจกชนิดนี้เป็นกระจกนิรภัยที่น่าจะปลอดภัยสูงสุด และมักจะระบุความหนาไว้ชัดเจน เช่น ลามิเนท10มม.(5มม.+ฟิล์ม+5มม.) หรือ ลามิเนท12มม.(6มม+ฟิล์ม+6มม.) เป็นต้น เจ้าของบ้านอาจจะเลือกสีฟิล์มตามความชอบได้ด้วยครับ เปรียเทียบราคาได้เลย

แต่เมื่อพูดถึงกระจกลามิเนท หลายคนอาจจะสับสนว่ามีกี่ชนิดกันแน่ บางคนเข้าใจว่าเมื่อนำกระจกธรรมดา2แผ่นมาประกบกัน ก็สามารถเรียกว่ากระจกลามิเนตได้ ซึ่งก็น่าจะได้ครับ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว กระจกนิรภัยชนิดลามิเนตที่น่าจะปลอดภัยมากสุด น่าจะหมายถึง "กระจกเทมเปอร์ลามิเนท" หรือบางคนอาจเรียก "กระจกลามิเนทเทมเปอร์" มีความหมายเดียวกันครับ สำหรับบทความนี้ ผู้เขียนจะขอเรียกชื่อว่า "กระจกลามิเนทธรรมดา" กับ "กระจกลามิเนทเทมเปอร์" เพื่อสื่อความหมายให้เข้าใจง่าย

แล้วกระจกลามิเนทแบบไหน จะเหมาะใช้ทำราวบันได/ราวระเบียง? จากประสบการณ์พบว่า กระจกลามิเนทธรรมดายังคงแตกได้ง่ายครับ ถึงแม้จะประกบกัน2แผ่น เพียงแต่ไม่ร่วงลงพื้นให้เกิดอันตราย จึงไม่เหมาะที่จะใช้ทำกระจกราวบันไดหรือระเบียงครับ เพราะอาจเสี่ยงที่จะต้องซ่อมเปลี่ยนบ่อย โดยเฉพาะแบบที่นิยมฝังลงพื้น หรือยึดหมุดกับข้างบันได และยังพบว่าเมื่อมีแผ่นใดแผ่นหนึ่งแตก ก็มักจะดึงแผ่นข้างๆแตกไปด้วยครับ ยิ่งเรายึดราวจับกับกระจกโดยตรง จะมีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นอาจจะยังไม่เหมาะใช้เป็นราวบันไดครับ

ตัวเลือกที่ดีกว่ามาก น่าจะใช้กระจกลานิเนทเทมเปอร์ครับ กระจกชนิดนี้จะมีความแข็งกว่ากระจกเทมเปอร์แผ่นเดียว และถึงแม้ว่าเกิดแตกเองก็จะยังยึดอยู่กับฟิล์ม จะปลอดภัยกับเจ้าของบ้านมากกว่า โดยเฉพาะถ้าเลือกแบบที่ใช้กระจกฝังลงพื้นหรือยึดหมุดกับข้างบันได แต่สำหรับแบบที่ใช้โครงเหล็กหรือสแตนเลส อาจจะไม่จำเป็นครับ เพราะลักษณะการยึดกระจกจะเป็นอิสระ แผ่นกระจกเป็นเพียงส่วนประดับ ไม่ทำหน้าที่รับแรงโดยตรง

กระจกลามิเนทถึงแม้จะปลอดภัยสุด แต่ก็มีข้อด้อยเหมือนกันครับ ที่ชัดเจนคือราคาสูงและน้ำหนักมาก ราคาที่สูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากฟิล์ม ยิ่งถ้าเป็นฟิล์มสำหรับงานภายนอก ก็มักจะราคาสูงตามคุณสมบัติการทนความร้อนได้ยาวนาน โดยไม่ย่นหรือขุ่นมัว และยังพบว่าฟิล์มบางตัวจะมีแมลงหรือปลวกเข้าไปชอนไชทำรังได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ

ข้อจำกัดอีกอย่างคือ ในขั้นตอนการประกบกระจก2แผ่น มักจะเกิดเหลื่อมกัน2-3มม. ซึ่งถ้าใช้เป็นกระจกเปลือยโชว์ขอบข้าง มักจะเห็นการเหลื่อมได้ชัดเจน ถ้ายึดด้วยกรอบข้างน่าจะลดปัญหานี้ได้

 

โดยสรุป: การจะเลือกกระจกชนิดไหนเพื่อใช้กับราวบันไดและราวระเบียง นอกจากจะเลือกที่คุณสมบัติแล้ว ควรพิจารณาจากรูปแบบการยึดกระจกด้วยครับ จะช่วยให้เจ้าของบ้านได้ทั้งความปลอดภัย ใช้งบประมาณได้ตรงความต้องการระยะยาว และควรคำนึงถึงการซ่อมแซม เผื่อไว้ด้วยครับ

 


 

สนใจติดตั้งราวบันได เชิญติดต่อ:

บจก. ลอยแมนห์ สเปเชียลตี้ เคมิคอลส์

ผู้ผลิต-จำหน่าย-ติดตั้ง ราวบันไดสมัยใหม่

ภายใต้แบรนด์ สมาร์ทนีโอ ราวบันไดสำเร็จ

โทรศัพท์: 02-191 7288

LINE OA: @smart-neo 

website: ww.smart-neo.com

 

 

Visitors: 709,827